เครื่องขัดพื้นกับค่า RPM ทำไมพื้นแต่ละแบบใช้เครื่องไม่เหมือนกัน

เวลาพูดถึงเครื่องขัดพื้น คนส่วนใหญ่มักมองที่ยี่ห้อหรือราคาก่อน แต่ถ้าเคยใช้เครื่องขัดพื้นในโรงแรมที่ต้องการความเงาสูงแล้วพื้นกลับขึ้นรอย หรือใช้เครื่องทั่วไปขัดพื้นอีพ็อกซี่ในโรงงานแล้วคราบยังไม่หลุด ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ยี่ห้อหรือรุ่นอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือก RPM หรือ Revolutions Per Minute ที่เป็นตัวเลขบอกรอบต่อนาทีของหัวขัด RPM ต่ำให้แรงกดและความทนทานเหมาะกับงานหนัก RPM สูงสร้างความร้อนเหมาะกับการขัดเงา และพื้นแต่ละประเภทรับแรงขัดได้ไม่เท่ากัน น้ำหนักเครื่อง และแผ่นขัดให้เหมาะกับการใช้งาน

เครื่องขัดพื้นอุตสาหกรรมกลุ่ม Single Disc ของ Nilfisk มี 5 รุ่นหลัก แต่ละรุ่นต่างกันที่ RPM น้ำหนักเครื่อง และแรงขัดที่เหมาะกับพื้นแต่ละแบบ หากดูแค่ราคา หรือขนาดเครื่อง อาจไม่เหมาะกับการใช้งานจริง เพราะงานขัดล้างทั่วไป งานขัดคราบฝังแน่น และงานดูแลพื้นในพื้นที่ใช้งานหนักต้องใช้เครื่องเฉพาะในการใช้งาน นี่คือเหตุผลที่ควรเข้าใจก่อนว่า ทำไมต้องใช้เครื่องขัดพื้นทำความสะอาดแทนการถูพื้นแบบเดิม?

1. งานลอกแว็กซ์หรือสารเคลือบเก่า

พื้นที่ผ่านการเคลือบแว็กซ์มาหลายชั้นสะสมหรือพื้นคอนกรีตในคลังสินค้าที่มีคราบน้ำมันฝังแน่น งานประเภทนี้ไม่ต้องการความเร็ว แต่ต้องการแรงกดและความทนทานในการขัดสัมผัสพื้นผิวแบบต่อเนื่อง

เหตุผลที่ RPM สูงไม่ได้เหมาะสำหรับงานลักษณะนี้คือ หัวขัดที่หมุนเร็วเกินไปบนพื้นที่มีสารเคลือบหนา อาจจะทำให้เกิดความร้อนและทำให้คราบหรือสารเคลือบกระจายตัว แทนที่จะค่อย ๆ ถูกลอกออก แต่พื้นอาจเลอะง่ายขึ้นและต้องกลับมาทำซ้ำ

รุ่นที่เหมาะกับการใช้งาน

สำหรับการใช้งานกับพื้นกลุ่มลอกแว็กซ์หรือสารเคลือบเก่า รุ่นที่เหมาะ คือ รุ่น P 17-150HD และ P 18-150HD ทั้งสองรุ่นทำงานที่ 150 RPM ซึ่งต่ำกว่ารุ่น FM Series อย่างชัดเจน และออกแบบมาสำหรับงานหนักโดยเฉพาะ P 18-150HD มีจุดพิเศษคือรองรับน้ำหนักถ่วงได้สูงถึง 75 กิโลกรัม ทำให้แรงกดลงพื้นสูงกว่าโดยไม่ต้องออกแรงกดเพิ่มจากผู้ใช้งาน สายไฟยาว 15 เมตรของ P-Series รองรับการใช้งานในพื้นที่กว้างโดยไม่ต้องย้ายปลั๊กบ่อย

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค รุ่น P 17-150HD 

  • รอบแปรง/แผ่นขัด: 150 RPM
  • น้ำหนักเครื่อง: 44 กก.
  • ขนาดแปรง/แผ่นขัด: 432 มม.
  • ความยาวสายไฟ: 15 ม.
  • ขนาดเครื่อง: 63 x 37 x 115 ซม.

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค รุ่น P 18-150HD

  • รอบแปรง/แผ่นขัด: 150 RPM
  • น้ำหนักเครื่อง: 46 กก.
  • ขนาดแปรง/แผ่นขัด: 432 มม.
  • ความยาวสายไฟ: 15 ม.
  • ขนาดเครื่อง: 63 x 37 x 115 ซม.
  • รองรับการเพิ่มน้ำหนักถ่วงได้สูงสุด 75 กก.

2. งานขัดทำความสะอาดพื้นทั่วไป

พื้นกระเบื้องในห้างสรรพสินค้า พื้น Vinyl ในอาคารสำนักงาน หรือพื้นยาง Safety Flooring ในโรงงานที่ต้องการทำความสะอาดสม่ำเสมอทุกวัน งานเหล่านี้ไม่ได้ต้องการแรงขัดสูงหรือความเร็วในการขัดเงา แต่ต้องการเครื่องที่ทำงานได้ต่อเนื่องโดยไม่กัดพื้นผิว

การใช้เครื่องที่มี RPM สูงเกินในงานประเภทนี้ส่งผลให้เกิดรอยหมุนบนพื้นที่อ่อนกว่าหัวขัด ซึ่งเห็นชัดเมื่อมีแสงส่องมาในมุมต่ำ และเป็นปัญหาที่แก้ยากหลังจากเกิดขึ้นแล้ว

รุ่นที่เหมาะกับการใช้งาน

สำหรับการใช้งานขัดทำความสะอาดพื้นทั่วไป รุ่นที่เหมาะ คือ รุ่น FM 400L ที่ทำงานที่ 180 RPM ด้วยกำลัง 1,100 วัตต์ น้ำหนักเครื่อง 37 กิโลกรัมทำให้แรงกดพอเหมาะสำหรับพื้นกลุ่มนี้ และเป็นรุ่นเบาที่สุดในไลน์ FM Series ทำให้เหนื่อยน้อยกว่าเมื่อต้องใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค รุ่น FM 400L

  • รอบแปรง/แผ่นขัด: 180 RPM
  • กำลังไฟ: 1,100 W
  • น้ำหนักเครื่อง: 37 กก.
  • ขนาดแปรง/แผ่นขัด: 430 มม.
  • ระดับเสียงที่ระยะ 1.5 ม.: 59 dB(A)
  • ขนาดเครื่อง: 57.2 x 44.5 x 123.6 ซม.

3. งานขัดเงาหลังเคลือบ (Spray Buffing)

หลังจากเคลือบแว็กซ์หรือสารเคลือบพื้นใหม่แล้ว ขั้นตอนสำคัญคือการขัดเงาเพื่อให้สารเคลือบสัมผัสพื้นผิวอย่างสม่ำเสมอและให้ความเงาสูงสุด งานนี้ต้องการ RPM สูง เพราะความเร็วของหัวขัดคือสิ่งที่สร้างความร้อนในปริมาณที่ควบคุมได้ซึ่งทำให้สารเคลือบกระจายตัวและยึดติดกับพื้น

เครื่องที่มี RPM ต่ำในงาน Spray Buffing ให้ผลลัพธ์ที่ดูขุ่นและไม่สม่ำเสมอ เพราะหัวขัดหมุนช้าเกินไปที่จะสร้างความร้อนที่เหมาะสม

รุ่นที่เหมาะกับการใช้งาน

สำหรับการใช้งานกับงานขัดเงาหลังเคลือบ (Spray Buffing) รุ่นที่เหมาะ คือ รุ่น FM 400H ที่ทำงานที่ 410 RPM ซึ่งสูงที่สุดในไลน์นี้ กำลัง 1,500 วัตต์ น้ำหนัก 40 กิโลกรัม ออกแบบมาสำหรับงาน High-Speed Buffing โดยเฉพาะ เหมาะกับพื้นหินแกรนิตหรือพื้นหิน Terrazzo ในโรงแรมและอาคารสำนักงานที่ต้องการความเงาสูงสุด

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค รุ่น FM 400H

  • รอบแปรง/แผ่นขัด: 410 RPM
  • กำลังไฟ: 1,500 W
  • น้ำหนักเครื่อง: 40 กก.
  • ขนาดแปรง/แผ่นขัด: 430 มม.
  • ระดับเสียงที่ระยะ 1.5 ม.: 61 dB(A)
  • ขนาดเครื่อง: 57.2 x 44.5 x 123.6 ซม.

4. งานในพื้นที่ที่ควบคุมเรื่องเสียง

โรงพยาบาล โรงแรม ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง หรือพื้นที่สำนักงานที่ต้องทำความสะอาดระหว่างที่ยังมีคนทำงานอยู่ ข้อจำกัดสำคัญที่สุดในการเลือกเครื่องสำหรับสภาพแวดล้อมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของ RPM หรือแรงขัด แต่คือระดับเดซิเบล

เครื่องขัดพื้นบางรุ่นอาจมีระดับเสียงที่รบกวนการทำงานในพื้นที่ที่ต้องควบคุมเสียง เช่น โรงพยาบาล โรงแรม หรือสำนักงาน ระดับเสียงจึงควรดูคู่ RPM และแรงขัด ไม่ใช่ดูแค่ความเร็วของหัวขัดอย่างเดียว

รุ่นที่เหมาะกับการใช้งาน

สำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่ควบคุมเรื่องเสียง รุ่นที่เหมาะ คือ รุ่น FM 400L ที่ทำงานที่ระดับเสียง 59 dB(A) ซึ่งเป็นระดับเสียงต่ำที่สุดในไลน์ FM Series และยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเสียงสนทนาปกติ ทำให้ใช้งานในพื้นที่ที่มีคนอยู่ได้โดยไม่รบกวน

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค รุ่น FM 400L

  • รอบแปรง/แผ่นขัด: 180 RPM
  • ระดับเสียงที่ระยะ 1.5 ม.: 59 dB(A)
  • กำลังไฟ: 1,100 W
  • น้ำหนักเครื่อง: 37 กก.

5. งานที่ต้องสลับโหมดในวันเดียวกัน

สำหรับทีมทำความสะอาดที่ต้องขัดพื้นในช่วงเช้าแล้วขัดเงาในช่วงบ่ายในพื้นที่เดียวกัน การมีเครื่อง 2 เครื่องสำหรับ 2 งานหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและพื้นที่จัดเก็บที่ต้องการมากขึ้น และในหลายกรณีงบประมาณไม่รองรับการซื้อเครื่องแยกกัน 2 ตัว และการใช้เครื่องความเร็วเดียวกับงานที่ต้องการ RPM ต่างกันแก้ปัญหาได้บางส่วนแต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในทั้งสองงาน

รุ่นที่เหมาะกับการใช้งาน

สำหรับการใช้งานที่ต้องสลับโหมดในวันเดียวกัน รุ่นที่เหมาะ คือ รุ่น FM 400D ซึ่งเป็นรุ่นเดียวในไลน์นี้ที่ปรับความเร็วได้ 2 ระดับในตัวเครื่องเดียว ที่ 185 RPM สำหรับงานขัดทำความสะอาด และที่ 370 RPM สำหรับงานขัดเงา กำลัง 1,100 วัตต์ในโหมดต่ำและ 1,500 วัตต์ในโหมดสูง น้ำหนักเครื่อง 40 กิโลกรัม FM 400D แก้ปัญหาเรื่องการมีเครื่อง 2 ตัวโดยไม่ต้องลดทอนผลลัพธ์ของทั้งสองงาน

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค รุ่น FM 400D

  • รอบแปรง/แผ่นขัด: 185 / 370 RPM
  • กำลังไฟ: 1,100 / 1,500 W
  • น้ำหนักเครื่อง: 40 กก.
  • ขนาดแปรง/แผ่นขัด: 430 มม.
  • ระดับเสียงที่ระยะ 1.5 ม.: 61 dB(A)
  • ขนาดเครื่อง: 57.2 x 44.5 x 123.6 ซม.

เปรียบเทียบรุ่นเครื่องขัดพื้น Nilfisk ตามประเภทงาน

รุ่น

RPM

ลักษณะงาน

ประเภทพื้น

เหมาะสำหรับ

P 17-150HD

150

ลอกสารเคลือบ ขัดงานหนักทั่วไป

  • คอนกรีต 
  • พื้นคลังสินค้า

งานขัดหนัก ไม่เน้นขัดเงา

P 18-150HD

150

ลอกสารเคลือบ งานหนักพิเศษ

  • คอนกรีตคราบน้ำมัน 
  • พื้นแว็กซ์หลายชั้น

โรงงาน คลังสินค้า ที่ใช้แรงกดสูง

FM 400L

180

ขัดทำความสะอาดประจำวัน

  • กระเบื้อง Vinyl 
  • พื้นยาง Safety Flooring

โรงพยาบาล โรงแรม ออฟฟิศ

FM 400D

185/370

ขัดทำความสะอาด ขัดเงา

  • กระเบื้อง Vinyl 
  • พื้นหินทั่วไป

งานขัดล้าง ขัดเงา ที่ต้องสลับโหมด

FM 400H

410

ขัดเงา Spray Buffing

  • หินแกรนิต Terrazzo 
  • พื้นหินโรงแรม

โรงแรม ศูนย์การค้า ที่เน้นขัดเงา

สำหรับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบรุ่นและสอบถามราคา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เครื่องขัดพื้น Nilfisk 

สัญญาณที่บอกว่า RPM ของเครื่องขัดพื้นไม่เหมาะกับงาน

พื้นเป็นรอยวงกลมหลังขัด มักเกิดจาก RPM สูงเกินสำหรับพื้นประเภทนั้น เช่น ใช้เครื่อง 410 RPM กับพื้น Vinyl หรือพื้นขุ่นหลังขัดเงา มักเกิดจาก RPM ต่ำเกินไป หัวขัดหมุนช้าเกินกว่าจะสร้างความร้อนที่ทำให้สารเคลือบกระจายตัว หากสารเคลือบไม่ติดหรือลอกง่าย มักเกิดจากการลอกสารเคลือบเดิมไม่หมด เพราะ RPM สูงเกินไปอาจทำให้สารเคลือบกระจายตัวแทนที่จะถูกลอกออก ถ้าเจอปัญหาเหล่านี้ สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบไม่ใช่ยี่ห้อหรืออายุเครื่อง แต่คือ RPM และประเภทแผ่นขัดที่ใช้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. RPM สูงขึ้นแปลว่าขัดสะอาดกว่าเสมอไปไหม

    ไม่เสมอไป RPM สูงเหมาะกับงานขัดเงา แต่ถ้าใช้กับพื้นที่อ่อนกว่าหัวขัด อาจเกิดรอยหมุนที่แก้ยาก งานลอกสารเคลือบก็ไม่ต้องการ RPM สูง แต่ต้องการแรงกดมากกว่า

  2. แผ่นขัดพื้นที่ใช้กับรุ่น FM Series ต้องซื้อขนาดเท่าไหร่

    FM Series ทุกรุ่น (FM 400L, FM 400D, FM 400H) ใช้แผ่นขัดขนาด 430 มม. (17 นิ้ว) เหมือนกัน ส่วน P-Series (P 17-150HD, P 18-150HD) ใช้ขนาด 432 มม. ควรระบุขนาดนี้เมื่อสั่งซื้อแผ่นขัดเพื่อให้พอดีกับจานหมุน

  3. เครื่องขัดพื้น Single Disc ใช้กับพื้นคอนกรีตหรือพื้นปูนได้ไหม

    ใช้ได้ แต่ต้องเลือกแปรงหรือแผ่นขัดให้ตรงกับงาน หากเป็นพื้นคอนกรีตที่มีคราบน้ำมันหรือคราบฝังแน่นมาก ควรพิจารณารุ่นที่ให้แรงกดสูงกว่า เช่น P 17-150HD หรือ P 18-150HD ร่วมกับแผ่นขัดที่เหมาะกับคราบ เพราะงานลักษณะนี้ต้องดูทั้ง RPM น้ำหนักเครื่อง และแรงกด