เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมมีกี่แบบ แต่ละแบบทำอะไรได้บ้าง?

ถ้าเคยเดินเข้าโรงงาน CNC แล้วเห็นเศษโลหะกับน้ำมันหล่อลื่นสะสมอยู่ใต้เครื่อง หรืออยู่ในสายการผลิตยาที่ต้องการความสะอาดระดับ Cleanroom คุณน่าจะรู้ดีว่าเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปไม่ได้สร้างมาเพื่องานแบบนี้ เพราะเครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมถูกออกแบบมาเพื่อจัดการสิ่งสกปรกแต่ละประเภทโดยเฉพาะ ทั้งสเปกมอเตอร์ ระบบกรอง ความจุถัง และมาตรฐานความปลอดภัยที่แตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม

Nilfisk แบรนด์จากเดนมาร์กที่มีประสบการณ์ด้านอุปกรณ์ทำความสะอาดมายาวนานกว่า 120 ปี โดยในกลุ่มเครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมมีการแบ่งตามลักษณะงานและความเสี่ยงของพื้นที่ใช้งาน เช่น งานกันระเบิด งานดูดฝุ่นอันตราย งานอาหารและยา งานดูดน้ำมันกับตะกอน รวมถึงระบบลมสำหรับพื้นที่ที่ใช้ไฟฟ้าไม่ได้ บทความนี้จึงหยิบ 5 กลุ่มงานเฉพาะทางที่เลือกเครื่องผิดแล้วอาจกระทบทั้งความปลอดภัยและมาตรฐานการผลิต

1. แบบกันระเบิด

ใช้ในสภาพแวดล้อมแบบไหน

โรงงานปิโตรเคมี โรงสีแป้ง โรงงานสี และพื้นที่ที่มีก๊าซหรือฝุ่นไวไฟสะสมอยู่ในอากาศ นี่คือสภาพแวดล้อมที่ประกายไฟเพียงเล็กน้อยจากมอเตอร์ไฟฟ้าทั่วไปอาจกลายเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงได้

เครื่องกลุ่มนี้ผ่านมาตรฐาน ATEX (Atmosphères Explosibles) ของยุโรป ซึ่งกำหนดว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในพื้นที่เสี่ยงระเบิดต้องผ่านการทดสอบและรับรองอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างที่ไม่ก่อประกายไฟ ไปจนถึงระบบกราวด์ป้องกันไฟฟ้าสถิต และสิ่งที่ทำให้กลุ่มนี้แตกต่างจากเครื่องทั่วไปคือไม่ใช่แค่ตัวเครื่องต้องผ่านมาตรฐาน แต่ทุกชิ้นส่วนตั้งแต่สายไฟ ข้อต่อ ไปจนถึงถุงกรอง ล้วนต้องผ่านการรับรองเดียวกัน

รุ่นเครื่องดูดฝุ่นแบบกันระเบิด

เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมแบบกันระเบิด รุ่น VHS 110 Z22 EXA เฟสเดียว สำหรับพื้นที่ ATEX Zone 22 (ฝุ่นไวไฟที่สะสมเป็นครั้งคราว) มอเตอร์แบบไร้แปรงให้ประสิทธิภาพสูงและต้องการการบำรุงรักษาน้อยกว่า เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่อง ระบบ PullClean ทำความสะอาดตัวกรองขณะเครื่องยังทำงานอยู่ ไม่ต้องหยุดสายการผลิต

  • กำลังไฟ: 1.1 kW
  • อัตราการไหลอากาศ: 3,600 L/min
  • สูญญากาศสูงสุด: 22 kPa
  • ถังสแตนเลสถอดได้ขนาด 37 ลิตร
  • IP Class 64 (กันน้ำและฝุ่นระดับสูง)
  • น้ำหนัก: 42 กก.
  • รองรับตัวกรอง HEPA14 / ULPA15
  • มีระบบ PullClean ทำความสะอาดฟิลเตอร์ขณะเครื่องยังทำงานอยู่ ไม่ต้องหยุดสายการผลิต

เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมแบบกันระเบิด รุ่น T 22 PLUS ATEX สามเฟส สำหรับงานหนักที่ต้องการกำลังดูดต่อเนื่อง 24/7 รองรับถุงระบาย Longopac สำหรับงานที่ต้องเปลี่ยนถุงโดยไม่ให้ฝุ่นฟุ้ง

  • กำลังไฟ: 2 kW
  • อัตราการไหลอากาศ: 5,250 L/min
  • สูญญากาศสูงสุด: 30 kPa
  • ความจุถัง: 50–100 ลิตร (เลือกได้)
  • IP Class 55
  • น้ำหนัก: 111–114 กก.
  • รองรับตัวกรองระดับ L และ M หรืออัพเกรดเป็น HEPA ได้
  • มีระบบเขย่าฟิลเตอร์อัตโนมัติ เหมาะกับสายการผลิตที่ไม่มีการหยุดเครื่อง
  • รองรับถุงระบาย Longopac สำหรับงานที่ต้องการเปลี่ยนถุงโดยไม่ให้ฝุ่นฟุ้ง

2. แบบดูดน้ำมันและตะกอน

ใช้ในสภาพแวดล้อมแบบไหน

โรงงานที่ใช้เครื่อง CNC กลึง ตัด หรือกัด มักมีปัญหาสองอย่างพร้อมกัน คือเศษโลหะที่เป็นของแข็ง และน้ำมันหล่อลื่นหรือสารหล่อเย็นที่เป็นของเหลว ถ้าใช้เครื่องดูดฝุ่นธรรมดาดูดของเหลวเข้าไป มอเตอร์พังทันที

เครื่องกลุ่มนี้แยกของแข็งออกจากของเหลวได้ในครั้งเดียว ของแข็งไปเก็บในตะกร้าโลหะ ของเหลวไปเก็บในถังหลัก และในบางรุ่นสามารถนำสารหล่อเย็นกลับมาใช้ใหม่กับเครื่องจักรได้เลย ไม่ต้องเสียทั้งแรงงาน ทั้งต้นทุนน้ำมันหล่อลื่น

รุ่นเครื่องดูดฝุ่นแบบดูดน้ำมันและตะกอน

เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมแบบดูดน้ำมันและตะกอน รุ่น VHO 200 รุ่นอเนกประสงค์สำหรับของเหลวและตะกอน มีวาล์วหมุนปล่อยของเหลวออกได้รวดเร็วโดยไม่ต้องยกถังพลิกเท มีตัวกรองเฉพาะดักละอองน้ำมันไม่ให้ปนกลับออกมาทางอากาศ

  • กำลังไฟ: 2.4 kW (มอเตอร์เฟสเดียว 2 ตัว)
  • อัตราการไหลอากาศ: 4,500 L/min
  • ความจุของเหลว: 75 ลิตร
  • ความจุตะกอน: 22 ลิตร
  • น้ำหนัก: 60 กก.
  • IP Class 44
  • มีวาล์วหมุนปล่อยของเหลวออกได้รวดเร็ว ไม่ต้องยกถังพลิกเท
  • มีตัวกรองเฉพาะสำหรับดักละอองน้ำมันไม่ให้ปนกลับออกมาทางอากาศ
  • มีรุ่นสแตนเลสสำหรับอุตสาหกรรมยาและอาหาร

เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมแบบดูดน้ำมันและตะกอน รุ่น ECOIL 13 รุ่นกำลังสูงสำหรับสายการผลิตขนาดใหญ่ แยกของแข็งออกจากของเหลวและนำสารหล่อเย็นกลับมาใช้ในเครื่องจักรได้ทันที ลดการสูญเสียน้ำมันหล่อลื่นในสายการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

  • กำลังไฟ: 13 kW
  • อัตราการไหลอากาศ: 2,675 L/min
  • สูญญากาศสูงสุด: 31.1 kPa
  • ความจุของเหลว: 180 ลิตร
  • ความจุตะกอน: 30 ลิตร
  • น้ำหนัก: 120 กก.
  • IP Class 43
  • แยกของแข็งออกจากของเหลวและนำสารหล่อเย็นกลับมาใช้ในเครื่องจักรได้ทันที ลดการสูญเสียน้ำมันหล่อลื่นในสายการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

3. แบบดูดฝุ่นอันตราย

ใช้ในสภาพแวดล้อมแบบไหน

ไม่ใช่ฝุ่นทุกชนิดที่อันตรายเท่ากัน มาตรฐาน EN 60335-2-69 ของยุโรปแบ่งระดับฝุ่นออกเป็น 3 ชั้น

  • Class L (Low) ฝุ่นทั่วไปที่มีค่า OEL (Occupational Exposure Limit) มากกว่า 1 mg/m³ เช่น ฝุ่นไม้ ฝุ่นกระดาษ
  • Class M (Medium) ฝุ่นที่มีค่า OEL ตั้งแต่ 0.1–1 mg/m³ เช่น ฝุ่นซิลิกา ฝุ่นจากการเจาะคอนกรีต 
  • Class H (High) ฝุ่นอันตรายสูง OEL ต่ำกว่า 0.1 mg/m³ เช่น ฝุ่นแอสเบสตอส สารก่อมะเร็ง

เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปใช้ Class L ได้ แต่ถ้าต้องทำงานกับฝุ่น Class M หรือ H ต้องใช้เครื่องที่ผ่านการรับรองเฉพาะ เพราะความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ตอนดูดเท่านั้น แต่อยู่ที่ตอนเปลี่ยนถุงกรองหรือทำความสะอาดเครื่อง ถ้าระบบซีลไม่ดีพอ ฝุ่นอันตรายจะฟุ้งกลับออกมาสู่ชั้นหายใจของคนงานโดยตรง

รุ่นเครื่องดูดฝุ่นแบบดูดฝุ่นอันตราย

เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมแบบดูดฝุ่นอันตราย รุ่น VHS 42 L30 M-H รับรอง Dust Class M/H รวมถึงฝุ่นแอสเบสตอส ระบบ InfiniClean™ ทำความสะอาดฟิลเตอร์อัตโนมัติระหว่างใช้งานโดยไม่ต้องหยุดเครื่อง เซ็นเซอร์วัดการไหลพร้อมสัญญาณเตือนเสียงและไฟ LED เมื่อกรองเริ่มอุดตัน

  • กำลังไฟ: 4 kW
  • อัตราการไหลอากาศ: 5,250 L/min
  • สูญญากาศสูงสุด: 46 kPa
  • ความจุถัง: 50–100 ลิตร
  • IP Class 55
  • น้ำหนัก: 132–135 กก.
  • ระบบกรอง PTFE อายุการใช้งานยาว ประสิทธิภาพกรองขั้นต่ำ 99.9%
  • ระบบ InfiniClean™ ทำความสะอาดฟิลเตอร์อัตโนมัติระหว่างใช้งาน ไม่ต้องหยุดเครื่อง
  • มีเซ็นเซอร์วัดการไหลพร้อมสัญญาณเตือนเสียงและไฟ LED เมื่อกรองเริ่มอุดตัน
  • รองรับตัวกรอง HEPA คู่สำหรับงาน Class H ที่ต้องการการกรอง 3 ขั้นตอน
  • เหมาะกับงานก่อสร้าง รื้อถอน เจาะคอนกรีต และงานที่สัมผัสฝุ่นซิลิกาหรือแอสเบสตอส

4. แบบดูดอาหารยาและ OEM

ใช้ในสภาพแวดล้อมแบบไหน

โรงงานผลิตยาและอาหารมีข้อกำหนดที่แตกต่างจากโรงงานทั่วไปอย่างชัดเจน สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ดูดฝุ่นออกได้ แต่ต้องมั่นใจว่าฝุ่นหรือสารตกค้างในเครื่องจะไม่ปนเปื้อนกลับเข้าไปในกระบวนการผลิต และตัวเครื่องเองต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้ง่าย ซึ่งหมายความว่าทุกซอกมุม ทุกพื้นผิว ต้องออกแบบมาให้ไม่สะสมเชื้อโรคหรือสิ่งตกค้าง

เครื่องกลุ่มนี้ต้องผ่านมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ใช้วัสดุสแตนเลสที่สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ได้ และหลายรุ่นออกแบบมาให้ฝังเข้ากับสายการผลิต (OEM Integration) โดยตรง เปิด-ปิดเครื่องจากระบบ PLC ของโรงงานได้เลย ไม่ต้องใช้แรงงานมายกเครื่องไปมาระหว่างจุด

รุ่นเครื่องดูดฝุ่นแบบดูดอาหาร ยา และ OEM

เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมแบบดูดอาหาร ยา และ OEM รุ่น VHW200 รุ่นขนาดเล็กสำหรับฝังในสายการผลิต มีระดับความดังที่ 56 dB(A) เหมาะกับการติดตั้งในพื้นที่ผลิตที่ต้องการลดเสียงรบกวน ได้รับการรับรอง GMP เป็นไปตามข้อกำหนดด้านยา อาหาร และสารเคมี

  • กำลังไฟ: 0.45 kW
  • สูญญากาศสูงสุด: 148 kPa (สูงมากสำหรับขนาดนี้ เหมาะกับการดูดผงละเอียดมาก)
  • อัตราการไหลอากาศ: 1,192 L/min
  • ความจุถัง: 1 ลิตร
  • ระดับเสียง: 56 dB(A) เงียบที่สุดในไลน์นี้
  • IP Class 55
  • น้ำหนัก: 17 กก.
  • ตัวกรอง HEPA14 ป้องกันฝุ่นละเอียด
  • ได้รับการรับรอง GMP
  • มีรุ่นสแตนเลสทั้งหมดสำหรับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามมาตรฐาน

เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมแบบดูดอาหาร ยา และ OEM รุ่น VHS 110CR ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Cleanroom ตัวกรอง ULPA15 Downstream ติดตั้งในเครื่องเป็นมาตรฐาน ป้องกันการปนเปื้อนกลับเข้าห้อง Cleanroom เหมาะกับการผลิต Semiconductor หรือยาที่ต้องการ Particle Control ระดับสูง

  • กำลังไฟ: 1 kW
  • อัตราการไหลอากาศ: 2,967 L/min
  • สูญญากาศสูงสุด: 25.5 kPa
  • ความจุถัง: 37 ลิตร
  • IP Class: 54
  • น้ำหนัก: 39 กก.
  • ระบบ PullClean ทำความสะอาดฟิลเตอร์ขณะทำงาน

5. ระบบลมและแบตเตอรี่

ใช้ในสภาพแวดล้อมแบบไหน

มีบางพื้นที่ที่ใช้เครื่องไฟฟ้าไม่ได้เลย เช่น พื้นที่ที่มีความเสี่ยงการระเบิดสูงมากจนแม้แต่เครื่อง ATEX ระดับสูงยังไม่ปลอดภัยพอ หรือพื้นที่ที่ไม่มีระบบไฟฟ้าเข้าถึง เช่น อู่ต่อเรือ โรงกลั่นน้ำมัน หรือพื้นที่กลางแจ้งในโรงงานปิโตรเคมี

เครื่องกลุ่มนี้ไม่มีมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ใช้ลมอัดจากระบบ Compressed Air ของโรงงานเป็นแหล่งพลังงานแทน หมายความว่าไม่มีประกายไฟ ไม่มีความร้อนจากมอเตอร์ ไม่มีสายไฟที่ต้องพาดผ่านพื้นที่อันตราย และสามารถใช้งานได้ในพื้นที่ ATEX ระดับสูงสุด เพียงแค่ต่อสายลมเข้าก็พร้อมใช้งาน

รุ่นเครื่องดูดฝุ่นระบบลม

เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมระบบลม รุ่น VHC 110 / VHC 110 ATEX-EXP ระบบสูญญากาศแบบหลายขั้นตอนให้ประสิทธิภาพสูงพร้อมประหยัดการใช้ลมอัดได้ครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับระบบทั่วไป มีมาตรวัดความดันติดตั้งเป็นมาตรฐาน

  • แรงดันลมที่ต้องการ: 4–7 bar
  • อัตราการใช้ลม: 630 NL/min
  • อัตราการไหลอากาศ: 33 L/sec
  • สูญญากาศสูงสุด: 32.5 kPa
  • ความจุถัง: 37 ลิตร
  • พื้นที่กรอง: 16,000 cm²
  • น้ำหนัก: 37 กก.
  • รองรับ ATEX Zone Gas 1-2 และ Dust 21-22
  • มีรุ่นสแตนเลส
  • รองรับตัวกรอง HEPA ทั้ง Upstream และ Downstream
  • ระบบ PullClean มาตรฐาน



เลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน

การเลือกเครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมให้ควรเริ่มจากการถาม

  1. สิ่งที่ต้องดูดคืออะไร? ฝุ่นแห้งล้วน ของเหลว เศษโลหะ หรือสารอันตราย แต่ละอย่างต้องการระบบกรองและโครงสร้างถังที่แตกต่างกัน
  2. พื้นที่มีความเสี่ยงแค่ไหน? มีก๊าซหรือฝุ่นไวไฟในอากาศหรือไม่ ถ้ามี ต้องระบุด้วยว่าเป็น ATEX Zone ระดับใด ซึ่งกำหนดว่าต้องใช้เครื่องระดับ ATEX หรือระบบลมเท่านั้น
  3. มาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตามคืออะไร? โรงงานยาและอาหารมี GMP เป็นข้อกำหนด งานที่สัมผัสฝุ่นอันตรายต้องใช้ Dust Class M หรือ H และพื้นที่ที่กำหนดไว้ว่า ATEX ต้องใช้เครื่องที่ผ่านการรับรองเฉพาะเท่านั้น ไม่มีทางลัด

เลือกผิดหมวด อาจหมายถึงไม่ผ่าน Audit ไม่ผ่านประกันภัย หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เกิดอุบัติเหตุที่ป้องกันได้ หากเป็นหน้างานที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นไวไฟ ฝุ่นอันตราย Cleanroom หรือไลน์ผลิตอาหารและยา ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินประเภทฝุ่น พื้นที่ใช้งาน และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องก่อนเลือกเครื่อง เพื่อให้สเปกที่ใช้สอดคล้องกับความเสี่ยงและข้อกำหนดของหน้างานจริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมต่างจากเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปอย่างไร

    เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมถูกออกแบบให้รองรับฝุ่นหรือของเสียเฉพาะทาง เช่น ฝุ่นละเอียด ฝุ่นอันตราย ของเหลว ตะกอน เศษโลหะ หรือพื้นที่เสี่ยง ATEX โดยมีระบบกรอง โครงสร้างถัง และมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะกับงานหนักมากกว่าเครื่องทั่วไป

  2. พื้นที่ ATEX ต้องใช้เครื่องดูดฝุ่นแบบไหน

    ต้องใช้เครื่องที่ระบุการรองรับ ATEX Zone ให้ตรงกับพื้นที่จริง รวมถึงต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่อพ่วง ระบบกรอง การต่อกราวด์ และวิธีระบายฝุ่นร่วมกัน ไม่ควรเลือกจากแรงดูดหรือขนาดถังเพียงอย่างเดียว

  3. ฝุ่น Class M/H ใช้เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปได้ไหม

    ไม่ควรใช้เครื่องทั่วไป เพราะฝุ่น Class M/H เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อสุขภาพและการฟุ้งกลับในระหว่างใช้งานหรือเทฝุ่น ควรใช้เครื่องที่ได้รับการออกแบบและรับรองสำหรับ Dust Class ที่เหมาะสมกับหน้างาน

  4. โรงงานอาหารและยาควรดูอะไรเป็นพิเศษ

    ควรดูวัสดุของตัวเครื่อง ความง่ายในการทำความสะอาด ระบบกรอง การลดจุดสะสมฝุ่น และความเหมาะสมกับแนวทาง GMP หรือ Cleanroom หากพื้นที่มีข้อกำหนดด้านการปนเปื้อนสูง

  5. ความปลอดภัยในพื้นที่ที่มีคนและรถโฟล์คลิฟท์เป็นอย่างไร

    หุ่นยนต์ระดับอุตสาหกรรมมีระบบเซนเซอร์ และระบบหยุดอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงได้มากกว่าการพึ่งการมองเห็นของมนุษย์เพียงอย่างเดียว